วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แปดริ้ว...เที่ยวเมืองเก่าริมน้ำ เช้าไป – เย็นกลับ

ไหว้หลวงพ่อโสธร / ล่องเรือชมแม่น้ำบางปะกง / ตลาดบ้านใหม่/ วัดจีนประชาสโมสร/ กำแพงโบราณ/ อลังการมหกรรมปั้นทรายโลก/ อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร/ วัดสมานรัตนาราม)
วัดโสธรวราราวรวิหาร: นมัสการหลวงพ่อพุทธโสธรคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต (แนะนำว่าให้เดินทางไปแต่เช้า ถ้าไปสายคนจะเยอะมาก และหาที่จอดรถยาก)
อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร: ไหว้ปราชญ์ด้านภาษาไทย ท่านเป็นผู้รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาลที่ 5
ป้อมกำแพงโบราณ: เป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน สร้างไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางทะเล ซึ่งยังคงเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์ ปัจจุบันบางส่วนเป็นสวนสาธารณะ นั่งเล่นยามเย็น ลมพัดสบาย
ปราสาททราย: ชมความงดงามของปะติกรรมทรายที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากศิลปิน 70 กว่าท่าน
ล่องเรือชมแม่น้ำบางประกง: สายน้ำแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำ ชมสถานที่สำคัญสองฝั่งแม่น้ำ
Tip: ค่าเรือชมแม่น้ำบางประกง ราคา 100 บาทต่อคน ขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดโสธร วันหยุดมี 7 รอบ ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. วันธรรมดามี 2 รอบ โทร. 0 3851 4333
ตลาดบ้านใหม่: ริมน้ำโบราณอายุกว่า 100 ปี สมัยก่อนเป็นแหล่งค้าขายของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งยังอนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้จนถึงปัจจุบัน มีของกิน ของฝากให้เลือกชิมเลือกซื้อมากมาย
น่าชิม: ร้านป้าหนู อาหารไทยรุ่นคุณปู่คุณย่าสูตรดั้งเดิม บรรยากาศริมน้ำพัดเย็นสบาย เมนูเด็ด อาทิ ต้มยำกุ้ง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ
วัดจีนประชาสโมสร: วัดสมัยรัชกาลที่ 5 มีชื่อจีนว่าเล่งฮกยี่ แปลว่า มังกร แห่งโชคลาภ วาสนา เชื่อกันว่าใครเดินทางมาไว้พระแห่งนี้จะโชคดี
วัดสมานรัตนาราม: ไหว้พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง มีตลาดขายสินค้าและล่องเรือชมแม่น้ำได้
ก่อนกลับแวะซื้อของฝากทั้งขนมเปี๊ยะ (ชิ้นเล็ก 60 บาท ชิ้นใหญ่ 100 บาท) ขนมจาก (ห่อละ 40 บาท) หรือลูกตาลสดริมทาง (ถุงละ 40 บาท) ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ขอขอบคุณ
ไหว้หลวงพ่อโสธร / ล่องเรือชมแม่น้ำบางปะกง / ตลาดบ้านใหม่/ วัดจีนประชาสโมสร/ กำแพงโบราณ/ อลังการมหกรรมปั้นทรายโลก/ อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร/ วัดสมานรัตนาราม)
วัดโสธรวราราวรวิหาร: นมัสการหลวงพ่อพุทธโสธรคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต (แนะนำว่าให้เดินทางไปแต่เช้า ถ้าไปสายคนจะเยอะมาก และหาที่จอดรถยาก)
อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร: ไหว้ปราชญ์ด้านภาษาไทย ท่านเป็นผู้รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาลที่ 5
ป้อมกำแพงโบราณ: เป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน สร้างไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางทะเล ซึ่งยังคงเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์ ปัจจุบันบางส่วนเป็นสวนสาธารณะ นั่งเล่นยามเย็น ลมพัดสบาย
ปราสาททราย: ชมความงดงามของปะติกรรมทรายที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากศิลปิน 70 กว่าท่าน
ล่องเรือชมแม่น้ำบางประกง: สายน้ำแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำ ชมสถานที่สำคัญสองฝั่งแม่น้ำ
Tip: ค่าเรือชมแม่น้ำบางประกง ราคา 100 บาทต่อคน ขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดโสธร วันหยุดมี 7 รอบ ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. วันธรรมดามี 2 รอบ โทร. 0 3851 4333
ตลาดบ้านใหม่: ริมน้ำโบราณอายุกว่า 100 ปี สมัยก่อนเป็นแหล่งค้าขายของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งยังอนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้จนถึงปัจจุบัน มีของกิน ของฝากให้เลือกชิมเลือกซื้อมากมาย
น่าชิม: ร้านป้าหนู อาหารไทยรุ่นคุณปู่คุณย่าสูตรดั้งเดิม บรรยากาศริมน้ำพัดเย็นสบาย เมนูเด็ด อาทิ ต้มยำกุ้ง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ
วัดจีนประชาสโมสร: วัดสมัยรัชกาลที่ 5 มีชื่อจีนว่าเล่งฮกยี่ แปลว่า มังกร แห่งโชคลาภ วาสนา เชื่อกันว่าใครเดินทางมาไว้พระแห่งนี้จะโชคดี
วัดสมานรัตนาราม: ไหว้พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง มีตลาดขายสินค้าและล่องเรือชมแม่น้ำได้
ก่อนกลับแวะซื้อของฝากทั้งขนมเปี๊ยะ (ชิ้นเล็ก 60 บาท ชิ้นใหญ่ 100 บาท) ขนมจาก (ห่อละ 40 บาท) หรือลูกตาลสดริมทาง (ถุงละ 40 บาท) ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ขอขอบคุณ http://travel.sanook.com/

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับสร้างความสุข เมื่อต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน


เคล็ดลับสร้างความสุข เมื่อต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน



        สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็จะหนีไม่พ้นการเดินทางด้วยเครื่องบิน ไอ้ครั้นนั่งสัก 2-3 ชม. ก็ยังพอทน แต่ถ้าต้องนั่งเป็นเวลานานๆ หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับก้อยังไม่ถึงซักกะที จะมีวิธีไหนที่จะลดความทรมานได้บ้าง


1. แต่งตัวสบายๆ สวมเสื้อผ้าที่หลวม

        และถ้าเป็นผ้าฝ้ายจะยิ่งดี คุณจะต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานกว่าปกติในสถานที่จำกัด โดยมีอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงจากร้อนเป็นหนาว ฉะนั้น คุณควรจะได้นั่งอย่างสบายจึงจะดีที่สุด การสวมรองเท้าก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องปกติที่เท้า มือ และหน้าของเราจะบวมเมื่ออยู่ในที่สูง ดังนั้น สุภาพสตรีจึงควรลืมเรื่องการสวมรองเท้าส้นสูงไปได้เลย


2. ดื่มน้ำมากๆ ก่อนเครื่องบินจะขึ้นและระหว่างที่อยู่ในเครื่องบิน

        อากาศจะแห้งมากขึ้น และน้ำจะระเหยออกไป พยายามงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย เพราะจะทำให้ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำมากขึ้น


3. พกสิ่งของที่ต้องใช้ติดตัว

        เช่น พกโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ขี้ผึ้งสำหรับทาปาก และยาหยอดไม่ให้ตาแห้งไว้ในกระเป๋าถือ มาสก์ให้ความชุ่มชื้นผิวหน้าเวลานอนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่เดินทางบ่อย


4. ขยับแขนขา

        การไม่เคลื่อนไหวผนวกกับการสูญเสียน้ำสามารถทำให้เกิด ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (DVT) ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดจับตัวเป็นก้อนในหลอดเลือดดำที่ขาส่วนล่าง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อต้องโดยสารเครื่องบินระยะทางไกลๆ นี่คือเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการบริหารร่างกายแบบง่ายๆ และให้ขาได้เคลื่อนไหวในขณะที่อยู่บนเครื่องบิน ให้หมุนข้อเท้า โดยเหยียดส้นเท้าและปลายเท้าสลับกัน และยกหัวเข่าขึ้นในขณะที่นั่งอยู่เป็นเวลา 2-3 นาที ทำอย่างนี้ทุกครึ่งชั่วโมง ให้เกร็งกล้ามเนื้อขาด้วยและเดินไปมาตามทางเดินเพื่อให้เลือดหมุนเวียน


5. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิด DVT

        พกถุงเท้ากระชับขาหรือถุงเท้ายาว ที่ออกแบบเป็นพิเศษ สำหรับป้องกัน DVT รับประทานแอสไพรินปริมาณต่ำ (100-150 มก.) ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง (ให้ตรวจสอบข้อจำกัดของปริมาณยาที่ใช้ได้) และหลังการเดินทาง 3 วัน แอสไพรินช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน


6. เลื่อนเวลาหลับให้ช้าออกไป

        แทนที่จะหลับทันทีที่รับประทานอาหารมื้อแรกและชมภาพยนตร์เสร็จ ให้พยายามทำตัวให้กระฉับกระเฉงต่อไปสัก 2-3 ชั่วโมง การยืดเวลาให้นานขึ้นก่อนที่จะหลับจะช่วยให้แน่ใจได้ว่า เมื่อถึงเวลาที่คุณหลับจริงๆ จะเป็นการหลับที่ลึกและนานมากขึ้น


7. ถ้าเป็นคนเมาเครื่องบินหรือรู้สึกวิงเวียนได้ง่าย

        สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องเมาเครื่องบินแนะนำว่าควรรับประทานยากันเมาก่อนเครื่องขึ้นครึ่งชั่วโมง ยาจะทำให้ง่วงและหลับสบายรู้สึกตัวอีกทีก็ถึงที่หมายแล้วทำให้การเมาเครื่องบินไม่ใช่ปัญหาของการไปเที่ยวอีกต่อไป


8. อย่ารับประทานอาหารมากเกินไป

        สำหรับคนที่ชอบทานอาหารบนเครื่องบินและดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลมมากเกินไป เพราะจะทำให้ท้องอืดและอึดอัด ควรทานแต่พอดี จะได้ไม่ต้องนั่งทรมานนั่งปวดท้องจนถึงที่หมาย


9. ใส่รองเท้าที่สวมสบาย ไม่บีบคับ

        โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงรองเท้าหัวแหลมที่ฟิตเปรี๊ยะพอดี เพราะเวลานั่งนานๆ เท้าจะบวกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ทรมานยิ่งนัก และถ้าเผลอถอดรองเท้าด้วยแล้วอาจจะใส่กลับไปไม่ได้เลยทีเดียว


10. นำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องเท่าที่จำเป็น

        คือ ใส่กระเป๋าขนาดเล้กที่เรียกว่า เคบินแบ็กเกจเพียง 1 ใบพอ กระเป๋านี้จะวางใต้ที่นั่งข้างหน้าหรือในช่องเก็บของเหนือศรีษะได้ ทำให้มีที่วางเท้า มีที่พอจะขยับตัว และไม่เกะกะผู้โดยสารคนอื่นด้วย

ขอขอบคุณ http://www.ilovetogo.com/Article/

ชมความสวยงานของสถานทีท่องเที่ยวที่บ้านกรูด

บ้านกรูด

บ้านกรูด เป็นเมืองเล็ก ที่อยู่จากบางสะพานใหญ่ไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร บ้านกรูดมีชายหาดสีทองที่สวยงาม และเส้นทางรถ เลียบชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถหาร้านอาหาร และรีสอร์ตได้ง่ายดาย
แหล่งท่องเที่ยวบ้านกรูด
บ้านกรูดมีพักให้เลือกหลายที่ทีเดียวครับ ส่วนมากมักเป็นครอบครัว ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย จากเมืองใหญ่มาพักในช่วงวันหยุดยาว ซะเป็นส่วนมากครับ บานิโต้บีชรีสอร์ท มีสระว่ายน้ำใหญ่ และสวยงาม สะดวกสบาย ราคาเริ่มต้นตั้งคืนละ 900 บาทไปจนถึง 8,000 บาท สำหรับห้องพักขนาดครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ และอีกแห่งที่คุณต้องลองเข้าพักดูคับ สวนบ้านกรูดรีสอร์ท ที่นี่มี บังกะโลให้เช่าด้วยในราคา 1,200 บาทต่อคืน หรือจะเป็นอีกแห่ง คือ บ้านกลางอ่าวรีสอร์ท ราคาไม่แพง ราคาสมเหตุสมผลครับ
บ้านกรูดไม่ค่อยเป็นเมืองที่วุ่นวาย อึกทึกมากครับ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนนักท่องเที่ยวท่านใด ต้องการ ซื้อของ ช็อปปิ้ง เราขอแนะนำให้ไปที่ บางสะพาน จะมีสินค้ามากกว่าครับ

ชื่อนี้มีอะไร
บางท่านอาจสงสัยว่า บ้านกรูดนี้ ชื่อมีความสลับซับซ้อน อย่างไร ภาษาไทยอาจจะไม่ครับ แต่ถ้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติล่ะก็ บางท่านก็สับสนทีเดียวเพราะบางแผนที่ก็เขียน : Ban Krud, อีกแผนที่ก็เขียน Baan Krud บางที่ก็เขียนแบบนี้ Ban Krood. เอาเป็นว่าถ้าคราวหน้ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสงสัยอีก ก็ขอให้แนะนำตรงกันว่า Ban Krut ก็แล้วกันนะครับ จะได้ไม่มีใครสับสนอีก
ข้างล่างเป็นภาพตัวอย่างเล็กน้อยจาก หาดบ้านกรูด , รีสอร์ต , แล้วก็วัด นะครับ

Bayview Beach - Ban Krut | Bayview Beach Resort

พระพุทธรูป - บ้านกรูด | วัด มหาเจดีย์

ชายหาด บ้านกรูด | ถนน บ้านกรูด บางสะพาน
นักท่องเที่ยวที่มา พักผ่อนที่บ้านกรูดนี้ สามารถเดินทางเลียบถนน สายบ้านกรูด-บางสะพาน ไปอีก 20 นาที ก็จะได้พบกับ ความสวยงามของท้องทะเลสีคราม และสีสันสดใส ของเรือหาปลา ต้นมะพร้าวที่ขึ้นอยู่เรียงรายตามแนวชายหาด ทีนี้ก็อย่าลืมเก็บภาพความประทับใจ ไปอวดเพื่อนๆที่ไม่ได้มา และอย่าลืมส่งเข้ามาให้เราได้มีส่วนร่วม ในความประทับใจของคุณด้วยนะครับ
ขอขอบคุณ http://www.bangsaphanguide.com/thai/ban-krut.htm



กลับมาอีกครั้ง กับเทศกาลดนตรีฤดูร้อน ที่รวบรวมเอาศิลปินทั้งไทยและเทศ มารวมตัวกันบนเวทีอันยิ่งใหญ่ ซึ่งครั้งที่ผ่านๆ มา มีคอดนตรีต่างหลั่งไหลมารวมงานเป็นจำนวนมาก

 

เอเชีย, ผลิตภัณฑ์ ยูโร่ คัสตาร์ดเค้ก, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และบริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด จัดงาน Honda Summer Fest’ @ Hua-Hin ครั้งที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Funtastic 4: 4 มหัศจรรย์ความสนุกบนชายหาดทะเลหัวหิน...เปลี่ยนหาดทรายให้เป็นหาดสนุกสีส้ม” โดยครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง กับการมาเยือนของวงสกาแถวหน้าของประเทศญี่ปุ่น “Tokyo Ska Paradise Orchestra” และครั้งแรกกับคอนเสิร์ตเรืองแสงเต็มรูปแบบ Glow in the Dark.  พร้อมศิลปินชั้นนำอีกมากมายภายในงาน อาทิ T-Bone , ก้านคอคลับ , ไทเทเนียม , Kai- Jo Brothers , Teddy Ska Bands , The super Glasses Ska Ensemble , ลิปตา Feat ตู่ ภพธร , Cressendo feat Poh Yokee Playboy , สิงโตนำโชค , Jetset’er feat lula&lookwah  เป็นต้น 




พบกับงาน Honda Summer Fest’ @ Hua-Hin ครั้งที่ 4 ในวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2554 ณ ชายทะเลหัวหิน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป  งานนี้เข้าชมฟรี!! 5,000 ท่านแรกที่ใส่เสื้อสีส้มมาร่วมงานรับฟรีของที่ระลึกจากบูธฮอนด้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่....
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด โทร. 02 203 0075 – 6 ต่อ 26
ขอขอบคุณ http://www.travel.in.th/activity/

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

แอ่วเชียงใหม่ เคาะประตูบ้านม้ง...ชมวิถีชีวิตธรรมชาติ

ลมร้อนแห่งเดือนเมษายนมาเยือน อากาศร้อนกับอากาศหนาวสลับสับเปลี่ยนจนหลงฤดู ทุกวันนี้หลายคนไม่กล้าคาดเดาสภาพดินฟ้าอากาศ แดดจ้าเหมือนไม่มีฝนตก แต่กลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา บนพื้นผิวโลกใบนี้เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงจากธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มย่างกลายเข้ามาเยือนจนมนุษย์อย่างเราไม่สามารถตั้งรับได้ทัน หลายจังหวัดในพื้นที่ของภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนทางภาคเหนือก็ต้องคอยเฝ้าระวังดินถล่ม ดินสไลด์ตามแนวชายเขา ส่วนอีสานก็ร้อนแห้งแล้งจนขาดน้ำ เอาแน่อะไรไม่ได้กับบนโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้อยู่กับสติ สิ่งสำคัญเสาะแสวงหาความสุขในแบบฉบับของตนเองอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
แสงแดดร้อนที่แผดเผากับอากาศที่ร้อนระอุ...ทำให้ต้องออกเดินทางค้นหาธรรมชาติ เพื่อคลายความร้อน มองหาร่มรื่น..ความเย็นจากธรรมชาติ ความร่มรื่นของแมกไม้ที่เขียวขจี และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายผิดแผกจากชีวิตคนเมือง ผู้เขียนมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านขาวเขา ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึง 6 เผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาจจะมองดูว่าเป็นการจัดการเชิงธุรกิจไปสักหน่อย เนื่องจากเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านรายละ 500 บาท ไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งคิดดูแล้วแพง ด้วยความที่ผู้เขียนมีสายเลือดของสื่อมวลชน ทำให้ต้องได้มาของคำตอบเพื่อคลายความแคลงใจว่า 500 บาท มีการแบ่งสรรปันส่วนกันอย่างไร? คำตอบที่ได้รับ คือ เงินส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือชาวเขาเหล่านี้เดือนละ 1,500 บาท ต่อครัวเรือน แต่มองดูจากการเข้าชมของนักท่องเที่ยวแล้วแต่ละครัวเรือนหน้าจะได้มากกว่านี้
เดินผ่านเข้ามาด้านในพบกับบ้านที่ปลูกด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยใบไม้ตามธรรมชาติ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่บ้านแต่ล่ะชนเผ่าไว้ ภายในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาใช้ มีทุ่งนาข้าวที่เขียวขจี มีควายที่เลี้ยงไว้ใช้งาน มองแล้วเพลินตา ผสมกับลมพัดเย็น ๆ มาจากชายทุ่งนาจนทำให้รู้สึกเย็นสบาย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผู้เขียน ทำให้ต้องเดินสำรวจถึงก้นครัว ดูสภาพความเป็นอยู่ชีวิตจริง ๆ ที่ปราศจากการปรุงแต่ง
ได้นั่งคุยกับคุณยายแก่ ๆ ได้รับการแบ่งปันขนมและอาหารแล้วรู้สึกมีความสุข ผู้เขียนใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านม้งอยู่ครึ่งวัน เพราะขึ้นบ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เกือบจะทุกหลังคาเรือน ได้นั่งดูการทอผ้า ได้ลองทอผ้าก็ทำให้เกิดความสนุก ได้พูดคุยกับเด็ก ๆ ทุกคนที่นี่อัธยาศัยดี ใจดีเล่นกีตาร์ที่พวกเค้าประดิษฐ์ขึ้นเองจากไม้สักและให้เราได้ลองเล่นด้วย
เดินชมวิวไปเรื่อยจะมีบ้านแต่ละหลัง มีงานฝีมือของพวกเค้าไว้ขายให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชม ทั้งผ้าทอ เครื่องประดับงานไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นคนทำ
ส่วนผู้หญิงจะมีหน้าที่นั่งขาย มีเล้าหมูป่าที่เลี้ยงไว้ มีโขลงช้างที่ไว้ใช้งาน งานฝีมือส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานปักตามลายที่ได้รับสืบทอดทางวัฒนธรรมของแต่ละชนเผาที่แตกต่างกันออกไป แต่ล่ะผืนใช้เวลาเป็นปี สนนราคาก็ต้องแพงตามระยะเวลาที่ทำ
ใครที่มีวันว่างขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ ลองหาโอกาสแวะมาที่หมู่บ้านม้ง อ.แม่ริม ดูนะคะ จะได้ความงดงามทางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่สวยงามหรือไม่นั้นขึ้นกับมุมมอง ของผู้ไปเยือนคะว่าจะมองในแง่มุมไหนให้สวยงาม
ขอขอบคุณ http://travel.sanook.com/

เคล็ดลับป้องกันผิวจากลมทะเล

                            
ร้อนอย่างนี้ อะไรจะดีกว่าการไปเดินท้าลมริมชายหาด แต่ใช่ว่าจะปล่อยตัวไปกับหาดทราย สายลม จนลืมดูแลความสวยของตัวเอง เพราะรู้กันว่าแสงแดดร้อนๆ น่ะคือศัตรูตัวฉกาจ ดังนั้นถ้าคิดว่าจะไปท้าลมร้อน ก็ต้องรู้จักปกป้องผิวพรรณและอัพเดทสไตล์เมคอัพไว้แต่งเสริมเติมสวยกันด้วยนะ
    1. ก่อนออกไปโต้ลมทะเลริมชายหาด อย่าลืมปกป้องผิวด้วยโลชั่นหรือครีมกันแดดที่มี SPF30 เป็นอย่างต่ำ วิธนี้นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเสียไหม้เกรียมเพราะแดดแล้ว ยังช่วยป้องกันเรื่องมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
    2. ครีมกันแดดที่ทาควรทาก่อนออกไปเจอกับแสงแดดประมาณ 15-20 นาที
    3. ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ครีมกันแดดปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    4. ก่อนลงเล่นน้ำทะเลก็เช่นกัน อย่าลืมทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนด้วยทุกครั้ง
    5. ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ดีที่สุดสำหรับปกป้องผิวยามออกแดด หากรู้สึกแสบหรือมีอาการไหม้เกรียมเพราะแดดให้นำว่านหางจระเข้ปอกเปลือกออกแล้วล้างวุ้นที่ได้ให้สะอาด นำมาทาที่ผิวจะช่วยคืนความชุ่มชื้นสู่ผิวได้
    6. ความเค็มของน้ำทะเลและคลอรีนจากสระจะทำให้เส้นผมของคุณแห้งเสียได้ง่าย ดังนั้นก่อนลงเล่นน้ำทุกครั้งควรชโลมเส้นผมด้วยออยล์
    7. ทุกครั้งหลังเล่นน้ำทะเลหรือสระ อย่าลืมใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสระผมให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้แร่ธาตุจากน้ำทะเลหรือสารเคมีจากน้ำสระตกค้างอยู่บนเส้นผม จนทำให้ผมเสียได้
    8. สาวที่มีผมหยิกหรือหยักศก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีส่วนผสมของซิลิคอนและมอยซ์เจอไรเซอร์บำรุงเป็นพิเศษ เพราะสภาพเส้นผมของคุณจะเสี่ยงต่อการแห้งเสียได้มากกว่าคนอื่นๆ



    9. หาหมวกไว้ใส่ปกป้องเส้นผมบ้าง เพราะเดินตากแดดริมชายหาดนานๆ ต่อให้ปกป้องด้วยออยล์หรือเซรั่มกันแดดยังไง ก็ยากจะต้านทานความร้อนได้ไหว
    10. เสริมทัพด้วยแว่นกันแดดพกติดตัวไว้ซักอันก็ดีนะ จะได้ช่วยปกป้องตาให้พ้นภัยจากรังสี UVA / UVA
    11. เลือกแต่งหน้าด้วยโทนสีธรรมชาติที่เน้นความสว่างสดใส พวกสไตล์เข้มๆ เมคอัพจัดๆ น่ะลืมไปได้เลย ขืนแต่งมีหวังหน้าเยิ้มและเป็นสังขยาแน่
    12. เพื่อประกายความสดใสให้กับใบหน้า ด้วยการปัดบรอนเซอร์บางๆ ที่บริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าม แล้วไล่ไปตามหน้าผาก คาง และปลายจมูกอีกเล็กน้อย
    13. สำหรับสาวผิวขาวเลือกแต่งเปลือกตาด้วยอายแชโดว์แบบชิมเมอร์สีวานิลลา สีชมพูอ่อนๆ หรือสีพีช ส่วนสาวผิวคล้ำเลือกแต่งเปลือกตาด้วยอายแชโดว์เฉดสีทอง เติมความเฉี่ยวให้ดวงตาด้วยการไล้ขอบตาบนและล่างด้วยอายไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบตาเฉดสีน้ำตาลเข้มหรือสีถ่าน จากนั้นดัดขนตาให้งอนเด้งเพิ่มความยาวและหนาด้วยการปัดมาสคาร่าชนิดกันน้ำซัก 2 รอบ
    14. บอกลาลิปไลเนอร์และลิปสติกเนื้อแมทไปได้เลย ซัมเมอร์นี้ถ้าอยากสวยใสหวานฉ่ำต้องเติมความเย้ายวนให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสสีอ่อน สีหวานเท่านั้น
    15. พยายามดื่มน้ำให้ได้เยอะๆ เพราะอากาศร้อนๆ แบบนี้ร่างกายจะสูญเสียน้ำได้ง่ายกว่าปกติ แล้วถ้าอยากเติมความสดชื่นให้ผิวพรรณล่ะก็ ทานผัก ผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้เยอะๆ รับรองปิ๊งปั๊งรับซัมเมอร์แน่นอน





ขอขอบคุณ http://women.thaiza.com/